ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ อำเภอภูกามยาว จังหวัดพะเยา กำลังก้าวผ่านจากเมืองชนบทที่เงียบสงบ ไปสู่การเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์แห่งใหม่ที่หลายฝ่ายเริ่มจับตามอง
แม้วันนี้ภูกามยาวยังคงมีภาพจำของทุ่งนา แม่น้ำอิง และวิถีชีวิตเกษตรกรรม แต่การมาถึงของโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ การเติบโตของการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และการเปลี่ยนผ่านของภาคเกษตร อาจทำให้อำเภอเล็กแห่งนี้มีบทบาทมากกว่าที่เคยเป็นมา


รถไฟสายใหม่ กับโอกาสที่กำลังวิ่งเข้าหาเมือง
หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ คือโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2571
สำหรับหลายพื้นที่ รถไฟอาจเป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทาง แต่สำหรับภูกามยาว มันอาจหมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ
เส้นทางรถไฟสายนี้จะเชื่อมพื้นที่ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และภาคเหนือตอนล่าง เข้ากับเชียงรายและด่านการค้าชายแดนเชียงของ ซึ่งเป็นประตูสู่ลาวและจีนตอนใต้
ภูกามยาวจึงไม่ได้อยู่เพียงริมทางรถไฟ แต่กำลังอยู่บนเส้นทางของเศรษฐกิจใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นในภาคเหนือ
ขณะเดียวกัน โครงการก่อสร้างถนน 4 เลน ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร บริเวณแนวป่าแดด-ภูกามยาว ซึ่งพัฒนาไปพร้อมกับโครงข่ายระบบราง จะช่วยเติมเต็มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และเพิ่มโอกาสในการลงทุนในอนาคต
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า รถไฟจะมาถึงเมื่อไร
แต่คือ ภูกามยาวพร้อมหรือยังที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสครั้งนี้

พญานาค 900 เมตร กับเศรษฐกิจแห่งศรัทธา
หากรถไฟคือโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ วัดม่อนพญานาคราชอาจเป็นโครงสร้างพื้นฐานของความศรัทธา
วัดป่าพุทธชินวงศาราม หรือที่รู้จักกันในชื่อวัดม่อนพญานาคราช ตำบลห้วยแก้ว ได้กลายเป็นจุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวสายบุญและสายมูจากทั่วประเทศ
องค์สัตตนาคราชที่ทอดตัวยาวกว่า 900 เมตร โอบล้อมภูเขาทั้งลูก กลายเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดพะเยา และเป็นหนึ่งในพญานาคขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ภายในยังมีการพัฒนา “ถ้ำภาวนาโพธิญาณ” อุโมงค์ใต้ลำตัวพญานาคที่ผสมผสานแสง สี เสียง และสายน้ำตกจำลอง เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านจิตวิญญาณและการปฏิบัติธรรมรูปแบบใหม่
ในหลายจังหวัดของไทย การท่องเที่ยวเชิงศรัทธากลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญ
คำถามคือ ภูกามยาวจะสามารถเปลี่ยนพลังแห่งศรัทธาให้กลายเป็นรายได้ของชุมชนได้มากเพียงใด

แม่น้ำอิงยังคงเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเมือง
แม้เศรษฐกิจใหม่กำลังเดินทางเข้ามา แต่รากฐานของภูกามยาวยังคงอยู่ที่ลุ่มน้ำอิง
ระบบเหมืองฝายแบบล้านนา ที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ยังคงหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่ของอำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง
พื้นที่เหล่านี้เหมาะสำหรับการปลูกข้าว พืชหลังนา และพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง
ในอดีต เกษตรกรอาจขายผลผลิตดิบออกจากพื้นที่
แต่ในอนาคต เมื่อระบบรางและโลจิสติกส์สมบูรณ์ขึ้น ภูกามยาวอาจมีโอกาสก้าวสู่การเป็นพื้นที่เกษตรอัจฉริยะ หรือ Smart Farming อย่างเต็มรูปแบบ
สินค้าเกษตรอินทรีย์ ผักปลอดภัย ปศุสัตว์ และผลผลิตคุณภาพสูง อาจสามารถเดินทางจากท้องนาในภูกามยาว ไปยังตลาดกรุงเทพฯ หรือส่งออกผ่านเชียงของสู่จีนตอนใต้ได้รวดเร็วกว่าที่เคย

เมืองแห่งอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องเป็นเมืองใหญ่
สิ่งที่น่าสนใจของภูกามยาว คือการเติบโตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หรือโรงงานจำนวนมาก
แต่เกิดจากการผสมผสานระหว่าง
* โครงสร้างพื้นฐานระดับมหภาค
* ทุนทางวัฒนธรรมและศรัทธา
* ความอุดมสมบูรณ์ของลุ่มน้ำอิง
* วิถีเกษตรกรรมดั้งเดิม
* และคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน
นี่อาจเป็นโมเดลการพัฒนารูปแบบใหม่ ที่ไม่ได้แข่งขันกันด้วยจำนวนตึกสูงหรือขนาดของเมือง แต่แข่งขันกันด้วยคุณภาพของประสบการณ์และความสามารถในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว
หากเปรียบพะเยาเป็นจิ๊กซอว์ของภาคเหนือ
ภูกามยาวอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่กำลังจะเติมเต็มภาพของจังหวัดในทศวรรษหน้า
และหากทุกอย่างเดินหน้าไปตามแผน เมืองเล็กริมแม่น้ำอิงแห่งนี้ อาจไม่ได้เป็นเพียงเมืองทางผ่านอีกต่อไป
แต่อาจกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่น่าจับตามองที่สุดของภาคเหนือในอนาคตอันใกล้

พะเยาทีวี รายงาน
