ข้อเสนอเด็กพะเยาเชิงนโยบาย: การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พะเยาแห่งอนาคต

Date:

Share post:

เด็กพะเยาขยับแล้ว!! ร่วมส่งเสียงข้อเสนอเชิงนโยบาย: การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พะเยาแห่งอนาคตด้วยพลังสร้างสรรค์ของเยาวชน เน้นกว๊านพะเยา รถขนส่งสาธารณะ และแก้ปัญหายาเสพติด

754849501 947305895045442 4180994341218679766 n

#พะเยาทีวี รวบรวมเนื้อหาและข้อเสนอเชิงนโยบายจากเวที “ละอ่อนเครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา ออกแบบนโยบายสาธารณะเพื่ออนาคตจังหวัดพะเยา” ซึ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนพะเยาพิทยาคม วันที่ 19 กรกฎาคม 2569 โดยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้แก่ สำนักคิดวิสุทธิมรรค, สถาบันปวงผญาพยาว, มจร. พะเยา, คณะนิติศาสตร์ เครือข่ายกฎหมายและนโยบายสุขภาวะ มหาวิทยาลัยพะเยา สภาเด็กและเยาวชนจังหวัดพะเยา บ้านพักเด็กและครบครัว สถาบันสื่อเด็กและเยาวชน สสย. ,ศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมือง จังหวัดพะเยา , เครือข่ายออกแบบอนาคตเมืองพะเยา สามารถสรุปข้อเสนอจากเยาวชนทั้ง 5 กลุ่ม พร้อมข้อคิดเห็นจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ ดังนี้

#บทนำและกรอบแนวคิดความสำคัญเชิงกลยุทธ์

ในบริบทของการพัฒนาเมืองยุคใหม่ การออกแบบนโยบายสาธารณะไม่ได้เป็นเพียงภารกิจของหน่วยงานภาครัฐจากส่วนกลาง แต่ต้องอาศัย “พลังการส่วนร่วมของพลเมือง” โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนในฐานะสถาปนิกผู้กำหนดลมหายใจของเมืองในอนาคต สำหรับจังหวัดพะเยา การปรับเปลี่ยนสถานะจาก “เมืองทางผ่าน” ( ที่ผู้คนเพียงแค่สัญจรผ่านไปสู่หัวเมืองใหญ่อย่างเชียงรายหรือเชียงใหม่ ให้กลายเป็น “เมืองหลัก” (Major Destination) ที่ยั่งยืน จำเป็นต้องใช้มุมมองที่สดใหม่และเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงโลก

>>ยุทธศาสตร์ “พะเยาแห่งอนาคต” ที่นำเสนอโดยเครือข่ายเยาวชนนี้ ไม่ใช่เพียงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงมิติสิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ และสังคมเข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนต้นทุนทางทรัพยากรให้เป็นมูลค่าเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างเมืองที่น่าอยู่และมั่งคั่งสำหรับคนทุกช่วงวัย

1 #ยุทธศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากรน้ำ: “กว้านพะเยาสีเขียว”

กว้านพะเยาคือ “หัวใจและแหล่งชีวิต” ของจังหวัดที่เป็นจุดชี้วัดความสำเร็จของยุทธศาสตร์การพัฒนา การจัดการสิ่งแวดล้อมจึงต้องถูกยกให้เป็นลำดับความสำคัญสูงสุด เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจและการอนุรักษ์ระบบนิเวศอย่างยั่งยืน

>>มาตรการเชิงยุทธศาสตร์:

• นวัตกรรมบำบัดน้ำเสียโดยธรรมชาติ: บูรณาการการติดตั้งตะแกรงดักขยะอัจฉริยะตามจุดยุทธศาสตร์รอบกว้านพะเยา ควบคู่กับการใช้ระบบ “สาหร่ายเพิ่มจุลินทรีย์” เพื่อบำบัดน้ำเสียโดยกระบวนการทางชีวภาพ โดยจัดโซนนิ่งที่ไม่กระทบต่อวิถีประมงพื้นบ้าน

• การบริหารจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่น สู่ระบบเศรษฐกิจมูลค่าสูง: เปลี่ยนวิกฤตของสัตว์น้ำต่างถิ่น เช่น กุ้งเครย์ฟิช (ซึ่งมีราคาสูงกว่า 300 บาทต่อกิโลกรัม) และปลาชะโด ให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการสร้าง “โซนอาหารพรีเมียม” และห่วงโซ่อุตสาหกรรมแปรรูป เพื่อการส่งออกและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม แทนการกำจัดทิ้งโดยไร้มูลค่า

• กลไกความร่วมมือผู้ประกอบการริมน้ำ: มาตรการบังคับใช้ร่วมกับแรงจูงใจทางภาษีสำหรับร้านค้าที่ติดตั้งระบบดักไขมันที่มีประสิทธิภาพก่อนปล่อยน้ำลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

2. #ยุทธศาสตร์ด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

การเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียมเริ่มต้นจากการคมนาคมที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งสาธารณะจึงเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำและเชื่อมโยงคนจากพื้นที่ห่างไกลเข้าสู่ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเรียนรู้

>>มาตรการเชิงยุทธศาสตร์:

• โครงการ “Go Go Phayao” (EV Connected City): พัฒนาระบบรถเมล์และรถรางไฟฟ้า (EV Minibus) เชื่อมต่อ 9 อำเภออย่างเป็นระบบ โดยมีตารางเวลาที่แน่นอน ผ่านแอปพลิเคชัน และให้ความสำคัญกับ “การออกแบบเพื่อคนทุกกลุ่ม” (Inclusive Design) เช่น ระบบพื้นชานชาลาต่ำ (Low-floor) และทางลาด (Ramps) สำหรับรถเข็นผู้พิการและผู้สูงอายุ เพื่อรองรับสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์

• นโยบาย Traffic In Light & Road Safety: ยกระดับความปลอดภัยทางถนนด้วยเทคโนโลยีกล้อง CCTV ในจุดเสี่ยงสำคัญ เช่น สี่แยกประตูชัย และบริเวณหน้าโรงเรียนพะเยาพิทยาคม เพื่อการบังคับใช้กฎหมายที่โปร่งใสและแม่นยำ

• การสร้างจิตสำนึกควบคู่เทคโนโลยี: นำแนวคิด “การเสียเวลาคือต้นทุน” มาใช้กับผู้กระทำผิดกฎจราจรผ่านการอบรมภาคบังคับที่เข้มข้น เพื่อปรับทัศนคติเชิงลึก ควบคู่ไปกับการปรับปรุงสภาพวิศวกรรมจราจรให้ได้มาตรฐานสากลเพื่อลดความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจจากอุบัติเหตุ

3. #ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

การเปลี่ยนพะเยาสู่เมืองหลักต้องอาศัยการยกระดับ “ต้นทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ” ให้เป็น “มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ” ผ่านประสบการณ์ที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถหาจากที่อื่นได้

>>มาตรการเชิงยุทธศาสตร์:

• การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ : พัฒนาโครงการ “Phayao Guideline Trip” โดยเปลี่ยนภาพจำจากการท่องเที่ยวแบบเดิม สู่การมีส่วนร่วมในกิจกรรม Workshop กับชุมชน เช่น “OTOP บ้านเฮา” ที่เปลี่ยนหมู่บ้านให้เป็นศูนย์เรียนรู้ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำผลิตภัณฑ์จริง

• ปฏิทินกิจกรรมสร้างสรรค์ 12 เดือน : ออกแบบกิจกรรมหมุนเวียนตลอดปีเพื่อแก้ปัญหาการท่องเที่ยวตามฤดูกาล เช่น หนังกลางแปลงรอบกว้าน, พื้นที่ทำงานสำหรับ Digital Nomad, และเทศกาลแสงสีที่วัดกลางน้ำ

• การสื่อสารการตลาดสมัยใหม่: ปฏิรูปการประชาสัมพันธ์จากการใช้เว็บไซต์ที่ล้าสมัย สู่การใช้ Short-form Video ผ่าน TikTok และการใช้ Influencer ในการทำ Storytelling (ถอดบทเรียนกรณีศึกษา Nene) เพื่อเจาะกลุ่มตลาดคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง

4. #ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และสวัสดิการสังคม

ความเข้มแข็งของเมืองวัดจากความสามารถในการดูแลประชากรกลุ่มเป้าหมายให้เข้าถึงโอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ การสร้าง “ตาข่ายรองรับทางสังคม” จึงเป็นปัจจัยชี้ขาดในการลดปัญหาอาชญากรรมอย่างยั่งยืน

>>มาตรการเชิงยุทธศาสตร์:

• “พะเยาโมเดล”: กลไกคืนคนดีสู่สังคม : สร้างระบบฟื้นฟูและพัฒนาทักษะอาชีพสำหรับกลุ่มเสี่ยงและผู้พ้นโทษ โดยเน้นทักษะแห่งอนาคต (New Skills) เช่น การประยุกต์ใช้ AI ในการประกอบอาชีพ และการตลาดดิจิทัล เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดงานปัจจุบัน

• ระบบพี่เลี้ยง และการยอมรับ : ใช้กลไกพี่เลี้ยงในชุมชนเพื่อติดตามและประเมินผลการกลับตัว พร้อมสร้างความตระหนักรู้ให้ชุมชนยอมรับและให้โอกาส เพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำและสร้างความภาคภูมิใจในคุณค่าของตนเอง

• จุดแข็งของโมเดล: มุ่งเน้นการสร้างผลิตภาพ จากบุคคลที่เคยเป็นภาระทางสังคม ให้กลับมาเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น

#แนวทางการบริหารจัดการและกลไกการขับเคลื่อนนโยบาย

ความสำเร็จของข้อเสนอเชิงนโยบายนี้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยน “ไอเดีย” สู่ “การปฏิบัติ” ผ่านกลไกความร่วมมือแบบ 4 ประสาน (Quadruple Helix: รัฐ, เอกชน, วิชาการ, และภาคพลเมือง/เยาวชน)

>>ข้อเสนอแนะเชิงบริหารจัดการ:

1. การใช้กระบวนการ Design Thinking: ในทุกขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและออกแบบโครงการต้องมีการรับฟังเสียงของประชาชนผู้ใช้จริง เพื่อลดความสูญเปล่างบประมาณและให้โครงการตอบโจทย์พื้นที่อย่างแม่นยำ

2. การจัดสรรงบประมาณเชิงกลยุทธ์: กำหนดงบประมาณสำหรับการนำร่อง ในแต่ละด้าน โดยเน้นความคล่องตัวและการวัดผลที่รวดเร็ว

3. การประเมินผลตอบแทนทางสังคม : การตรวจสอบความคุ้มค่าของการลงทุนต้องไม่มองเพียงตัวเลขรายได้ แต่ต้องรวมถึง ต้นทุนทางสังคมที่ลดลง เช่น อัตราการเกิดอุบัติเหตุที่ลดลง (ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุข), อัตราอาชญากรรมที่ลดลงจากโครงการพะเยาโมเดล และมูลค่าทางนิเวศวิทยาที่เพิ่มขึ้นของกว้านพะเยา

พะเยาแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเยาวชน ไม่ใช่เพียงความฝัน แต่เป็นพิมพ์เขียวเชิงยุทธศาสตร์ที่มีความเป็นไปได้จริง หากภาครัฐและเอกชนพร้อมใจกันเปิดพื้นที่ให้ “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” (Change Agents) เหล่านี้ได้ลงมือสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับจังหวัดพะเยาอย่างเต็มศักยภาพ

…..อนึ่งเวทีนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเด็กและเยาวชนในเขตอำเภอเมือง ชึ่งต่อไปเครือข่ายจะจัดให้ระดมข้อเสนออีกหลายเวทีในพื้นที่ 9 อำเภอ

Related articles

ผู้นำในมุมมองพระพุทธศาสนา จาก “ผู้มีอำนาจ” สู่ “ผู้มีธรรม”

การเป็นผู้นำในความหมายที่แท้จริง อาจไม่ได้เริ่มต้นจากตำแหน่ง อำนาจ หรือความสามารถในการสั่งการ หากแต่เริ่มต้นจากการทำให้ตนเองมี “ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์” เสียก่อน ในมุมมองของพระพุทธศาสนา ผู้นำหรือผู้บริหารที่ดีจึงมิใช่เพียงผู้ที่สามารถบริหารคน บริหารงาน หรือบริหารบ้านเมืองให้บรรลุเป้าหมาย แต่ต้องเป็นผู้ที่สามารถบริหารตนเองได้ด้วย เพราะหากผู้นำไม่สามารถควบคุมกาย วาจา และใจของตนเองได้ อำนาจที่มีอยู่ก็อาจกลายเป็นเครื่องมือสร้างปัญหาแทนที่จะสร้างประโยชน์ หลักธรรมสำหรับผู้นำจึงมุ่งสร้างบุคคลที่มีทั้ง “อำนาจในหน้าที่” และ “อำนาจในคุณธรรม”...

ตำนานกว๊านพะเยา อู่น้ำแห่งเมืองพะเยา

         ในเรื่องกว๊านพะเยานี้  พระเดชพระคุณหลวงพระอุบาลีคุณูปมาจารย์  ได้ให้ทัศนะไว้ ในหนังสือประวัติศาสตร์สังคมและวัฒนธรรมเมืองพะเยาไว้ถึง  ๒ เรื่อง  ดังนี้                   เรื่องที่ ๑                 “เมื่อพระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นนกเอี้ยง  อาศัยอยู่ที่ไม้ขอนสักต้นหนึ่งบนดอยจอมทอง  แล้วบินไปหนองน้ำเพื่อกินอาบทุกวัน                 วันหนึ่ง เมื่ออาบน้ำแล้วก็บินไปจับอยู่ไม้ต้นหนึ่งใกล้ที่อยู่ของตน  แล้วแผ่ปีกและหางอยู่ที่นั้น  ขณะนั้นมีเหยี่ยวตัวหนึ่งมาตีกินนกเอี้ยงเป็นอาหาร                 ครั้นพระโพธิสัตว์ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญู แล้วมาฉันจังหันที่ช่างทองตำบลเขาจอมทอง...